โผล่เพิ่ม “แก๊งทรายทอง” เด็ก 13 รวมแก๊ง
สายไหมต้องรอดลงพื้นที่บุกรัง “แก๊งทรายทอง” หลังสร้างความเดือดร้อนให้กับคนในชุมชนอย่างหนัก ผู้เสียหายเผยเคยอยู่ในแก๊งนี้มาก่อนทนพฤติกรรมไม่ไหวจึงขอออก จากนั้นถูกดักทำร้ายร่างกายเกือบตาย ที่น่าตกใจในแก๊งมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่เป็นจำนวนมากโดยที่อายุน้อยที่สุดคือ 13 ปี
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอด และ ผู้เสียที่ถูก “แก๊งทรายทองทำร้าย ”
นายพรศักดิ์ ฉายสินสร อายุ 18 ปี เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าตนเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มแก๊งทรายทองมาก่อน ส่วนใหญ่มักจะรวมตัวกันเพื่อออกไปไล่ตีคนอื่น โดยที่แก๊งนี้จะมีสมาชิกมากกว่า 100 คน มีตั้งแต่อายุ 13 ถึง 21 ปี มีทั้งหญิงและชายส่วนใหญ่จะเลือกบุคคลที่มีการแต่งกายลักษณะเด็กขายเด็กช่าง สวมหมวกกันน็อคเต็มใบจากนั้นก็จะเข้าโจมตีทันที ซึ่งแก๊งนี้จะมีอาวุธครบมือไม่ว่าจะเป็นมีดปืนซึ่งประดิษฐ์ขึ้นเองโดยดูวิธีการทำจาก YouTube
ได้ย้อนกลับไปในวันที่เกิดเหตุ 2 เดือนที่แล้วได้มีการออกไปไล่ตีคนอื่นเหมือนเช่นเคยแต่ในวันนั้นถูกตำรวจจับ แต่ตัวนายพรศักดิ์รอดเนื่องจากไม่มีอาวุธในตัว จากนั้นทำให้แก๊งนี้เข้าใจว่านายพรศักดิ์ โยนความผิดให้กับเพื่อนรุ่นพี่ จากนั้นไม่นานก็ได้ถูกกลุ่มนี้ทำร้ายร่างกายโดยมากันทั้งหมด 3 คน บริเวณริมถนนซอยสามัคคี 6 ซึ่งกำลังจะเข้าไปหารุ่นพี่ที่สุเหร่า
ได้โดนเอาไม้กลอฟ์ กระหน่ำตีเข้าที่หัวและแขน จากนี้นใช้มีดฟันเข้าที่หลังและหัว หลังจากถูกทำร้ายนายพรศักดิ์ได้พยายามเอาชีวิตรอดด้วยการเข้าไปในร้านค้าสะดวกซื้อเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งคนที่ทำร้ายร่างกายคือนายตี๋ และนายเบื้อง แต่ไม่ใช่หัวหน้าแก๊งซึ่งหัวหน้าแก๊งค์เป็นใครตนก็ไม่ทราบเช่นกัน
หลังจากถูกทำร้ายและทนพฤติกรรมของแก๊งค์นี้ไม่ไหวจึงได้ ถอนตัวออกจากแก๊งจากนั้นประมาณ 1 เดือนก็ถูกข่มขู่ทำนองว่าจะเอาให้ตาย
โดยนายพรศักดิ์ ได้บอกว่าแก๊งนี้มีมานานแล้วประมาณ 1-2 ปี การที่ออกมาทำร้ายผู้คน เพราะต้องการชื่อเสียงและเชื่อว่าเป็นการเก็บแต้มให้กับรุ่นพี่ โดยที่สมาชิกทั้งหมดไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ยืนยันว่าไม่มีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติดอาจจะมีการสูบบุหรี่สูบกัญชาและดื่มน้ำกระท่อม ส่วนในแก๊งค์นี้จะมีลูกหลานของนักการเมืองรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ตนไม่ทราบ
ส่วนคนที่ถูกเรียกว่า ”บัง“ ตนไม่ทราบและไม่เคยเจอ สถานที่ที่เด็กแก๊งค์นี้ใช้รวมตัวกันมีหลายจุด แต่หลักๆจะเป็นที่สวนสาธารณะหมู่บ้านทรายทอง วิลเลจ หากถูกตำรวจไล่ก็จะย้ายที่กันไปเรื่อยๆ
ช่วงท้ายได้ฝากเตือนคนในแก๊งค์ที่ยังอยู่ทุกคนให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้ เพราะการสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นเป็นเรื่องที่ไม่ดี
”เอกภพ“ ย้ำตร.ในพื้นเร่งทลาย“แก๊งทรายทอง”
นายเอกภพ ที่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่ากลุ่มนี้ไม่ได้ต่างจากกลุ่มแก๊งค์ ไม่ต่างกันกับแก๊งที่ทำร้ายป้าบัวผันในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเชื่อว่าถ้าตรวจให้ละเอียด คาดว่าอาจจะมีลูกหลานของผู้มีอิทธิพลอยู่ในแก๊งค์
ได้ฝากไปถึงผู้กำกับสภ. รัตนาธิเบศร์ คอยสอดส่องดูแล ความปลอดภัยกับประชาชนในพื้นที่ให้ดี ทราบข้อมูลมาจากชาวบ้านมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหลายครั้งแต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดี หากตำรวจดูแลประชาชนไม่ได้ ก็ควรย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีคดีอาชญากรรม ไปทำคดีเล็กๆ เช่น หมากัดไก่ เครื่องสูบน้ำหาย
ส่วนในเรื่องการแก้กฎหมายเยาวชนเป็นเรื่องใหญ่และไม่สามารถทำได้ทันทีเนื่องจากจะต้องผ่านขบวนการหลายขั้นตอน แต่ที่สามารถทำได้ตอนนี้ก็คือเจ้าที่ควรจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันที่จะเกิดเหตุแบบนี้ นอกจากนี้ควรจะเพิ่มโทษผู้ปกครอง ที่ปล่อยละเลยบุตรหลานร่วมรับผิดชอบมีจิตสำนึกต่อสังคม


